ลูกจ้างรัฐ-เอกชน เฮ! พ.ร.บ. เงินทดแทนฉบับใหม่ได้เงินเพิ่มตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน

          พ.ร.บ.เงินทดแทนฉบับใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์ลูกจ้างรัฐ-เอกชน ได้รับเงินทดแทนมากขึ้น ช่วยค่ารักษาพยาบาลจนสิ้นสุดการรักษา เริ่มบังคับใช้ 11 ธันวาคม 2561

          วันที่ 11 ตุลาคม 2561 นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ รักษาการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2561 ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป ซึ่งได้มีการปรับปรุงค่ารักษาพยาบาลและขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้าง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น และนายจ้างได้รับความเป็นธรรม
          ทั้งนี้ ได้มีการเพิ่มอัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน และค่าทำศพกรณีลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย โดยออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์ ดังนี้
          – เพิ่มอัตราค่าทดแทนกรณีต่าง ๆ จาก 60% เป็น 70% ของค่าจ้างรายเดือน
          – เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีลูกจ้างทุพพลภาพเป็นไม่น้อยกว่า 15 ปี จากเดิมไม่เกิน 15 ปี
          – เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีลูกจ้างเสียชีวิตหรือสูญหายเป็น 10 ปี จากเดิมกำหนด 8 ปี
          – กำหนดการจ่ายค่าทดแทน 70% ของค่าจ้างรายเดือน กรณีลูกจ้างเจ็บป่วยจากการทำงาน และแพทย์สั่งให้หยุดงาน ไม่สามารถมาทำงานได้ ให้ได้รับเงินชดเชยตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน จากเดิมจ่ายค่าทดแทนเฉพาะกรณีไม่สามารถทำงานได้ติดต่อกันเกิน 3 วัน
          – เพิ่มการจ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกจ้าง ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง จากเดิมจ่ายค่าทำศพเป็นจำนวน 100 เท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน
          – เพิ่มสิทธิรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยจากการทำงานให้ลูกจ้างราชการ จนสิ้นสุดการรักษาไม่ว่าค่ารักษาจะเป็นเท่าไรก็ตาม (เข้างานวันแรกก็ได้สิทธิทันที) ส่วนลูกจ้างส่วนเอกชน จะได้รับสิทธิเพิ่มค่ารักษาพยาบาลจนการรักษาสิ้นสุด จากเดิมตั้งเพดานที่ 2 ล้านบาท
         ในส่วนของนายจ้างก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน จากการปรับลดเงินเพิ่มตามกฎหมายเหลือ 2% ต่อเดือน จากเดิม 3% และกำหนดเกณฑ์การคำนวณเงินเพิ่ม กรณีนายจ้างค้างชำระเงินสมทบ โดยกำหนดให้จำนวนเงินเพิ่มต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่าย จากเดิมที่ไม่ได้กำหนดเพดานเงินเพิ่มไว้
ขอบคุณข้อมูล สำนักงานประกันสังคม / KAPOOK